ความแตกต่างของประกันแต่ละประเภท

ความแตกต่างของประกันแต่ละประเภท

อันดับแรก คือ พรบ.หรือ ประกันภาคบังคับ เป็นกฎหมายที่บังคับให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะต้องทำและมีไว้เป็นหลักประกันให้กับคนในรถทุกคัน หรือผู้ที่ใช้รถใช้ถนนว่าจะได้รับสิทธิความคุ้มครองจากเงินกองกลางที่รถทุกคันได้ทำ พ.ร.บ. จะได้รับความคุ้มครอง/เงินค่ารักษาพยาบาลจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือการประสบภัยจากรถในรูปแบบต่าง ๆ คุ้มครองจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน กรณีการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจ่ายไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน 

ประกันภาคสมัครใจ 

  • ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 หรือประกัน 1 คืออะไร ? 

เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ทุกคนนิยมที่สุด ถึงแม้จะต้องจ่ายเบี้ยรายปีสูงสุดก็ตาม แต่ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับยานพาหนะของทั้งสองฝ่าย หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด โดยความคุ้มครองคร่าวๆ ดังนี้ ความบาดเจ็บ ความเสียหายต่อตัวรถ การถูกโจรกรรม ความเสียหายจากธรรมชาติเช่นไฟไหม้ น้ำท่วม รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถอีกด้วย จะเห็นได้ว่าประกันชั้น 1 มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกๆ เรื่อง ทำให้เป็นที่นิยมมากที่สุด 

  • ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 หรือประกัน 2 คืออะไร ? 

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 นั้นคุ้มครอง ชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บและทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ไม่มีการคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกันหากรถเกิดเฉี่ยวชน พลิกคว่ำ เกิดอุบัติเหตุ เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด รวมถึงให้ความคุ้มครองความสูญหายและเหตุไฟไหม้ของตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่ขับรถเก่งในระดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องจอดรถในที่เปลี่ยวบ่อยๆ 

ประกัน 3 คือ
  • ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 หรือประกัน 3 คืออะไร ? 

ประกัน 3 คือ ประเภทประกันที่มีราคาเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดรองจากประกันชั้น 4 โดยให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด โดยมีการคุ้มครองไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ 

  • ประกันรถยนต์ประเภท 4 หรือประกัน 4 คืออะไร ? 

ประกันชั้น 4 นั้นมีราคาเบี้ยประกันถูกที่สุด และมีความคุ้มครองที่ไม่มากนัก เหมาะกับผู้ที่ใช้รถระยะใกล้ๆ นานๆ ครั้งจะใช้สักที หรือแทบไม่ค่อยได้ใช้งานรถยนต์สักเท่าใหร่ และมีที่จอดรถที่มิดชิด ไม่มีความเสี่ยงในการสูญหาย รวมไปถึงไม่มีความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้ด้วย เพราะประกันชั้น 4 ไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้ โดยมีความคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของรถของผู้เอาประกันเอง